การฟื้นฟูปอดจาการติดเชื้อ COVID-19
ในไวรัสCovid-19 เป็นเชื้อที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจเป็นสำคัญ สามารถทำให้เกิดปอดอักเสบ รวมถึงอาการไอได้ทั้งแบบไอแห้งและไอมีเสมหะ อาการหายใจเหนื่อยต่างๆ รวมถึงในช่วงที่เราอยู่โรงพยาบาลระยะเวลานาน เราอาจมีกิจกรรมทางกายลดลง ทำให้เกิดการถดถอยขอกำลังกล้ามเนื้อลงได้
- การเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มโปรแกรม และข้อควรระวังต่างๆ
หากมีโรคประจำตัวต่อไปนี้ไม่ควรออกกำลังกายด้วยตัวเอง
- โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- โรคปอดอุดกลั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง
- โรคไต โรคตับ ที่อยู่ในระดับรุนแรง
- โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดดำอุดตันที่พึ่งเป็นไม่นาน
- โรคลิ้นหัวใจตีบ
ควรวัดสัญญาณชีพจรก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมดังนี้
- ควรมีอุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 38 องศาเซลเซียล
- ระดับออกซิเจนในเลือดอยู่ระหว่าง 95-100%
- อัตราการเต้นชีพจรไม่เกิน 120 ครั้ง/นาที
- ความดันโลหิตที่เหมาะสม ตัวบน 90-140 ตัวล่าง 60-90
และนอกจากนี้ถ้ามีอาการผิดปกติในขณะที่นั่งพัก เช่น การหอบ เหนื่อยรุนแรง ใจสั่น เจ็บแน่นน่าอก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว ควรพักหยุดโปรแกรมกายภาพบำบัดทันที และพักสักครู่และหากไม่ดีขึ้นควรรายงานให้แพทย์หรือพยาบาลทราบทันที
- การฝึกหายใจด้วยตัวเอง
มีวัตถุประสงค์เพื่อ
- เพื่อเพิ่มการระบายอากาศและแลกเปลี่ยนแก๊สภายในปอด
- ช่วยป้องกันภาวะปอดแฟบ
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ และทำให้ใช้พลังงานในการหายใจน้อยลง
- ช่วยในการผ่อนคลาย
โดยการฝึกในลักษณะนี้สามารถทำซ้ำๆ ได้ทุกๆ 1-2 ชม. ยกเว้นเวลาที่พักผ่อนนอนหลับ
การฝึกการหายใจ
ท่าที่ 1 ฝึกหายใจด้วยกล้ามเนื้อกระบังลม
ท่าที่ 2 หายใจเน้นการขยายตัวของทรวงอกส่วนต่างๆ
ท่าที่ 3 การเคลื่อนไหวผนังทรวงอกด้วยตัวเอง
- การระบายเสมหะด้วยตัวเอง เตรียมอุปกรณ์ดังนี้
- กระดาษชำระ
- ถุงพลาสติกหรือถังใส่ขยะ
- เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ
การระบายเสมหะ เตรียมฝึกเทคนิคการขับเสมหะโดยพ่นลมหายใจ เมื่อทำได้แล้ว จะฝึกการระบายเสมหะสลับการหายใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศและการขับเสมหะ หลังจากนั้นผ่อนลมหายใจสบายๆ ในลักษณะปกติ 2-3 ครั้ง หลังเสร็จสิ้นการทำแล้วรู้สึกว่ามีเสมหะให้ไอออกมา โดยหันหน้าไปทางทิศทางที่ไม่มีผู้อื่นอยู่และไอใส่กระดาษชำระ ทิ้งกระดาษชำระลงในถุงขยะที่เตรียมไว้และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทุกครั้ง แต่หากรู้สึกว่ามีเสมหะอยุ่สามารถทำซ้ำได้อีก 1 รอบ หากรู้สึกว่าวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดขณะฝึกควรพักสักครู่ และหากไม่ดีขึ้นควรรีบรายงานแพทย์หรือพยาบาล
- ออกกำลังกายแขนขาอย่างง่าย ควรทำวันละ 1-2 ครั้ง
- นอนในท่าที่สบาย กระดกข้อเท้าขึ้น-ลง 10 ครั้ง
- งอเข่าและสะโพกขึ้น-ลง ข้างละ 10 ตรั้ง
- กางขาเข้า-ออก ข้างละ 10 ครั้ง
- กำและแบมือทั้ง 2 ข้าง 10 ครั้ง
- กระดกข้อมือทั้ง 2 ข้างขึ้น-ลง 10 ครั้ง
- งอและเหยียดข้อศอกทั้ง 2 ข้าง 10 ครั้ง
- ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น-ลง 10 ครั้ง
- กางแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น-ลง 10 ครั้ง
KIN (คิน) - Rehabilitation & Homecare

